Friday, December 4, 2015

TFT journey day 25: Too many stories that I can't say.


วันธรรมดาวันหนึ่งที่ไม่ได้สอนมีเรื่องราวเกิดขึ้นตั้งมากมายเหลือเกิน ซึ่งบางอย่างผมไม่อาจจะเล่าได้ ถ้าใครอยากทราบข้อมูลเชิงลึกก็ทักมาถามผมได้ (พูดง่ายๆคือเสือกนั้นเอง)



เนื่องจากผมอยากทำธนาคารขยะ แบบที่นักเรียนเอาขยะมาแลกของได้มากๆ เพราะเคยได้ยินว่าในอินเดียหมอช่วยเหลือคนจนที่ไม่มีค่ารักษาพยาบาลด้วยการรับขยะแทนเงิน แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆที่มีเรื่องของเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำให้เป้าหมายเป็นจริงได้ผมเลยคิดว่าจะค่อยๆก้าวไปทีละขั้น เริ่มจากการให้โรงเรียนแยกขยะอย่างจริงจัง 

ทุกวันนี้ห้องอาหารของครูเองยังคงเทเศษอาหาร รวมกับขยะพลาสติก กระดาษ ฯลฯ ซึ่งเศษอาหารเหล่านี้สามารถเอาไปเลี้ยงสัตว์ หมักเอาก๊าซชีวภาพ เศษผักไปเลี้ยงไส้เดือนได้ แต่จะให้ทั้งโรงเรียนเริ่ม ผมก็เริ่มจากตัวเองก่อน เริ่มแยกขยะในห้องวิทยาศาสตร์(ห้องทำงานของผม)ให้เป็นระบบมากขึ้น ซึ่งผมอยากทำให้ได้เหมือนกับระบบของญี่ปุ่นแยกขยะ เพื่อไปขายต่อได้ ตอนนี้แยกได้ 4 ประเภท
  1. กระดาษใช้แล้ว
  2. กระดาษ Reuse
  3. ขวดน้ำทุกประเภท
  4. ขยะทั่วไป
ผมก็เอากล่องขนมจากร้านสหกรณ์โรงเรียนมาใช้จัดประเภท ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด

ระหว่างซ้อมเพื่อทำกิจกรรมวันพ่อในยามบ่าย ซึ่งผมบอกตรงๆว่าเบื่อที่จะต้องนั่งรอทำอะไรแบบนี้ และนักเรียนก็เช่นกัน เลยตามครูพี่เลี้ยงที่พานักเรียนไปช่วยกันเตรียมดิน เพื่อที่จะปลุกต้นมะเขือ

จึงใช้เวลานี้ศึกษาโรงเรียนไปด้วยภายในตัว ตามหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ให้เราศึกษาให้รู้แจ้งเห็นจริงก่อน ว่าในพื้นที่ที่จะเข้าไปทำการพัฒนานั้นแต่เดิมมีสิ่งใดอยู่บ้าง

ผมว่าสวนเกษตรหรือพื้นที่เรียนรู้ของโรงเรียนนี้สวยงามมาก มีพืชหลายชนิดที่มีประโยชน์ทั้งบริโภค หรือใช้เป็นยารักษาต่างๆ มีสวนผีเสื้อครั้งหนึ่งซึ่ง นักเรียนเล่าให้ผมฟังเหมือนกับว่าที่แห่งนี้สวยงามมาก ผมดูๆ โดยรอบว่าจะมีพืชใดบ้างที่จะใช้สอนควบคู่กับคณิตศาสตร์ได้เหมือนอัญชัน ที่ผมใช้สอนเรื่องเศษส่วนได้บ้าง


ผลสีส้มนั้นคือลูกฟักข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ครูที่ปลูกภาคภูมิใจมาก มีผักสดที่นักเรียนปลูกเองรอวันเวลาที่จะเก็บเกี่ยวอยู่

 เดินออกไปด้านหลังโรงอาหารเจอที่หมักก๊าซชีวภาพของโรงเรียน ใหญ่อยู่พอสมควร แต่ยังไม่ได้ถามรายละเอียดจากผู้รู้ว่า เขาใช้กันยังไง ผลิตก๊าซชีวภาพได้มากน้อยเพียงใด การกำจัดของเสียหลังจากหมักแล้วไปอยู่ที่ไหน

แต่ก็ทำให้เราได้เห็นสิ่งดีๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้ได้ก่อร่างสร้างขึ้นมาก่อนที่ผมจะก้าวมาสู่ที่แห่งนี้



หากเดินต่อออกไปไม่ไกลก็จะเจอฟาร์มเห็ด ซึ่งผมว่าเห็ดที่กินในแกงทุกวันก็น่าจะมาจากที่นี้ด้วยหละส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มาดูก็ไม่รู้ว่ามีนะเนี่ย นักเรียนที่อยู่มานานแล้วก็พึ่งรู้เช่นกันว่าโรงเรียนเราก็มีอย่างงี้ด้วย

ฟาร์มเห็ดมีอยู่สองอาคาร ซึ่งอีกห้องดัดแปลงมาจากห้องเก็บของและกำลังจะเลิกใช้ห้องนี้ในการเพาะเห็นแล้ว

ซึ่งผมก็เลงไว้ว่าจะใช้เป็นที่เลี้ยงไส้เดือนแทน เพราะไส้เดือนต้องการที่รักษาอุณหภูมิและความชื้นไม่ต่างอะไรกับการปลูกเห็ด


ข้างๆบ่อน้ำมีเป็ดตัวสุดท้ายของโรงเรียนยืนแน่นิ่งอยู่ ไม่ไกลจากตรงนี้มีพื้นที่ที่สันนิษฐาน ว่าเป็นที่เฉือดเป็ดไปกิน - -*


 พอดีช่วงบ่ายได้รับเกียติจากโรงเรียน ให้ไปช่วยเชิญพานพุ่มเนื่องในวันพ่อเลยมีการซักซ้อมกันเล็กน้อย

พูดถึงกิจกรรมแล้ว เป็นเรื่องที่ดีที่จะให้นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมของวันสำคัญต่างๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักเรียนไม่ได้มีส่วนร่วม จะคิดว่าพวกเขาจะไม่มาโรงเรียน หรือไม่ก็มาแต่ไม่เข้าร่วมกิจกรรม

ปัญหาที่ตามมาก็คือพวกเขาไปใช้เวลาทำอย่างอื่น ซึ่งบางอย่างก็ซุ่มเสี่ยงกับตัวพวกเขาเอง การที่นักเรียนอยู่ในห้องเรียนนั้น ผมถือเป็นการลดปัญหาทางสังคม ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพราะแค่นักเรียนได้ความรู้ แต่พวกเขาจะไม่เอาเวลาว่างไปทำอะไรที่ไม่ดีด้วยเช่นกัน

วันนี้มีเรื่องให้ตกใจ เสียใจ สงสารด้วยเช่นกันแต่ผมขอไม่เล่าในที่นี้ เพราะอาจจะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี แต่เหตุการณ์ในวันนี้ทำให้ผมหยุดคิดแล้วว่า เราจะต้องสอนให้นักเรียนเป็นคนดีในแบบที่ควรจะเป็นอย่างจริงจัง ไม่ใช่คนดีในแบบที่พวกเขาคิด ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องแรก ส่วนการส่งงานและการลอกงานกลายเป็นปัญหาสำคัญแต่ไม่เร่งด่วนไปในทันที


สุดท้ายผมให้นักเรียนมนุษย์กล่องขนมมาบอกลาฟันดี ผมว่าเขาต้องเป็นดาราตลกที่ดังสู้โก๊ะตี๋ได้แน่ๆ

สวัสดีวันพ่อขอให้ทุกคนจงใช้ชิวิตอย่างมีสติ บุญรักษา :)

Thursday, December 3, 2015

Teach for Thailand day 24: What is under the roof?


วันนี้ไม่ได้ลงมือทำอะไรใหม่ เพราะต้องรีบเตรียมขึ้นบทใหม่ให้กับนักเรียนชั้นมัธยม 1 ระหว่างสอนชั้นมัธยม 3 อยู่ก็มีครูขอให้ออกไปตรวจข้างนอกหน้าต่างว่ามีที่ซ้อนตัวของนักเรียนหรือไม่ และให้ผมไปเก็บภาพมาเบื้องต้น



ออกไปบนชั้นบนสุดของตึกที่มีเพียงสีชั้นก็หวาดเสียวพอดู เนื่องจากไม่มีอะไรกั้นอยู่เลย ผมก็กลัวนิดๆเหมือนกันว่าจะเจออะไรข้างในหรือไม่

ข้างในจะเป็นบริเวณใต้หลังคาของอาคารเรียน ซึ่งผมไม่คิดว่ามันจะใหญ่ขนาดนี้ เบื้องต้นมีครูในโรงเรียนได้ข่าวจากรูปในเฟสบุ๊ค ที่นักเรียนโพสว่าเจอที่ซ้อนตัวใหม่แล้ว

และข้อสังเกตจากรอยเท้าที่ริมหน้าต่าง จึงสันนิษฐานว่าน่าจะออกไปจากห้องนี้แล้วเข้าไปสุมหัวกันภายใต้หลังคา

จากการสำรวจไม่พบใครผู้ใดอยู่ข้างในนั้นแล้ว มีเพียงเศษขวดน้ำเย็นๆ และเพียวริคุตอยู่ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าขึ้นมากินน้ำหวานกันข้างบนเฉยๆหรือเปล่า และก้นบุหรี่เล็กน้อย

ล่าสุดคุณครูในโรงเรียนได้สั่งปิดตายทางเข้านี้แล้ว แต่ผมว่ามันก็คงจะหาทางเข้าไปได้อีกนั้นหละ เพราะเคยมีนักเรียนมาสะเดาะกรอนห้องวิทย์ที่ล๊อคไว้เพราะจะไปเล่นของเล่นข้างในมาแล้ว = =




ข้อคิดในวันนี้ มีพื้นที่ในโรงเรียนที่เรายังไม่รู้อีกเยอะเลย จะต้องไปทำการสำรวจพื้นที่บ้าง เพื่อให้เท่าทันนักเรียน ตื่นเต้นดีนะวันนี้ เหมือนถ่ายทำซีรี่ย์พื้นที่ลี้ลับยังไงชอบกล

เรื่องการสอน มีห้องหนึ่งที่ผมจะต้องปรับการสอนแล้วในสัปดาห์หน้า เพราะวิธีการที่ผมใช้กับเขาไม่ได้ผล ตามไม่ทัน ซึ่งผมจะต้องหาวิธีเก็บนักเรียนที่ยังไม่เข้าใจให้ได้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

พรุ่งนี้ไม่มีสอน เตรียมแผนการสอนของสัปดาห์หน้าเลย เคลียร์งานเอกสาร ตรวจการบ้านก็คงจะหมดวันพอดี

Wednesday, December 2, 2015

Teach for Thailand day 23: Scaffolding?


ที่ผ่านมานักเรียน เรียนแบบซักพักครูก็จะเฉลยโจทย์ตลอด ไม่ว่าโจทย์ง่ายหรือโจทย์ยาก แต่วันนี้เป็นเรื่องที่เรียนไปแล้วทั้งหมด เป็นการฝึกฝนทักษะ เพราะคณิตศาสตร์เรียนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการฝึกฝนให้เกิดทักษะ

ผมแบ่งโจทย์ออกเป็น 3 ระดับด้วยกัน
1) ระดับเบสิค(สีดำ) มีจำนวนข้อ 3 ข้อ ถ้าทำได้ผมจะให้ 1 ดาวเป็นคะแนนเก็บ
2) ระดับปานกลาง(สีน้ำเงิน) มีจำนวน 2 ข้อ ถ้าทำได้ผมจะให้ 2 ดาวเป็นคะแนนเก็บ
3) ระดับยาก(สีแดง) มีจำนวน 1 ข้อ ถ้าทำได้ผมจะให้ 3 ดาวเป็นคะแนนเก็บ
และกำชับนักเรียนทุกคนว่าอย่าลอกกันเพราะถ้าลอกกันผมจะไม่ให้คะแนนเลย

ผลที่เกิดขึ้นหลังจากใช้วิธีนี้คือ นักเรียนจะสับสนเล็กน้อย ว่าตกลงต้องทำข้อไหนกันแน่ ให้เขียนคำสั่งไว้บนกระดานให้ชัดเจน เพื่อนักเรียนคนใดยังงงอยู่

นักเรียนบางคนที่พื้นฐานความรู้ไม่แน่น อยากกระโดดขึ้นมาทำข้อระดับยากเลย เพราะเห็นว่าทำข้อเดียวเอง คะแนนเยอะกว่าตั้งเยอะ ซึ่งเขาจะเข้ามาให้เราสอน แต่พื้นฐานเขาไม่แน่นถ้าเราสอนก็จะเสียเวลา ทั้งเราและเขาไปเปล่าๆ จึงต้องย้ำให้นักเรียนไปทำข้อง่ายให้ได้เสียก่อน ห้องที่พื้นฐานดีเราจะเดินดูช่วยได้หมดทุกคน แต่ถ้าห้องไหนพื้นฐานยังไม่ถึงระดับที่ดีนัก จะเก็บไม่หมด และจะเหนื่อยมากๆ

สิ่งที่ควรจะทำมากๆเลยคือ เตรียมสื่อข้อมูลที่จะให้นักเรียนดูติดไว้รอบห้อง ให้ข้อมูลที่เพียงพอต่อการทำโจทย์ทุกระดับความยาก และควรจะหาวิธีการผ่อนแรงของครูให้ได้มากที่สุด วิธีเพื่อนช่วยเพื่อน ฯลฯ ตรวจสอบโจทย์ทุกข้อว่าง่ายหรือยากจริงตามระดับ วันนี้ผมไม่ได้เช็คให้ดีมีข้อที่เป็นคำตอบติดลบ ในระดับง่ายด้วย

หลังจากนี้การบ้านจะเก็บคะแนนให้นักเรียนเห็นผลทันที


วันนี้มาทดสอบฝีมือการวาดรูปกันหน่อย ในวิชาพฤษศาสตร์ครูก็ต้องวาดรูปไปกับนักเรียนด้วยนะ ผมวาดไปสองต้นไม่รู้เหมือนไหม ต้นมะเขือกับต้นอัญชัน

 หลังเลิกเรียนก็ไปเยี่ยมบ้านนักเรียนครั้งแรกในชีวิต บางบ้านผมก็ว่าโอเคเลยนะอาจจะไม่สะดวกสบายมากแต่ก็กว้างพอกับครอบครัว

แต่บางบ้านของนักเรียนเล็กกว่าห้องนอนผมซะอีก อยู่ในที่มืดๆอับๆในห้องแถว อยู่กัน 4 คน ผมคิดว่าถ้าเป็นตัวเราเองเราจะอยู่ได้ไหมในสภาพแบบนี้ มันทำให้ผมมองนักเรียนที่ร่าเริงคนนี้ใหม่ไปเลย มันเป็นความเมตตาปนสงสารเล็กๆ
 ออกไปหน้าซอยเจอร้านเกมในตำนานที่เด็กๆมาเล่นกัน มีนักเรียนแฉมาว่า วันหยุดเพื่อนๆจะมาเล่นตั้งแต่เที่ยงกลับอีกที 4 ทุ่ม

แม่เจ้า! ทำได้ไง แล้วเอาเงินที่ไหนมาเล่น ลูกเอ้ยถ้าเอาเงินตรงนี้เก็บออมไว้ซื้อคอมได้ไปนานแล้ว

คงจริงอย่างที่ว่าเด็ก ม.1 มักจะมองผลกระทบได้ไม่ไกลนัก
 นักเรียนหลายคนมักบอกกับผมว่าพวกเขาอยู่แถวหมู่บ้านเอื้ออาทร จากคำนี้ภาพในใจผมมองไว้ว่าน่าจะแย่หน่อย แต่พอไปถึงผมว่าโอเคเลยนะครับ ถึงห้องอาจจะไม่ใหญ่มาก แต่สิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบถือว่าโอเค และก็มีคุณครูโรงเรียนอยู่ที่นี้ด้วย

นักเรียนแบบเงิบมาก เพราะไม่คิดว่าครูจะมาถึงแถวนี้ 555

กลับมาเล่นบาส หมดแรงวันนี้ ไม่ได้หมดแรงเพราะสอนเลยหมดแรงเพราะวิ่งแข่งกับนักเรียน เฮ้ยยังไม่ได้เตรียมการสอนเลย = =

Tuesday, December 1, 2015

Teach for Thailand day 22: Instruction media 1


เรื่องง่ายๆอย่างการคูณหรือหารเศษส่วน ผมมาพบอีกทีว่า หลังจากนั่งคิดสื่อดีๆเพื่อช่วยให้นักเรียนเข้าใจ เรื่องบางเรื่องมันไม่ง่ายเลยที่จะอธิบายให้เข้าใจง่ายกว่านี้ เพราะเราเองยังไม่เข้าใจอย่างลึกซึ่งดีพอ ยิ่งต้องคิดวิธีอธิบายที่อยู่นอกตำราก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกัน

เมื่อวานคุณครูลูกปลาแนะนำมาผ่านการส่งรูปตัวอย่างสื่อที่ใช้สอน ผมก็เลยลองทำขึ้นมาบ้าง เขียนซ้ำไปซ้ำมาในกระดาษ เพื่อให้ข้อความน้อยและเข้นข้นมากที่สุดสำหรับนักเรียน ทั้งสี รูปภาพ ลำดับ การย้อยเนื้อหาให้เข้าใจง่ายที่สุดดูจะเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับผมในตอนนี้

อีกหนึ่งสาเหตุที่ใช้เวลานั่งทำรูปภาพขึ้นมาก็เพราะ ทฤษฎีการสื่อสารที่ว่า คนเราจะจำภาพได้ดีที่สุด รองลงมาคือน้ำเสียงและข้อมูลที่ทำการสื่อ

จากที่วิเคราะห์ดูแล้วผมใส่ใจกับข้อมูลที่ต้องการจะสื่อมาก แต่กลับใส่ใจการสื่อวารผ่านรูปภาพน้อย และผมมีจุดอ่อนที่น้ำเสียง ดังนั้นการพัฒนาภาพที่จะสื่อสารจึงน่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะที่สุดเท่าที่ผมคิดได้ในเวลานี้



วันนี้นั่งคุมนักเรียนสอบธรรมะศึกษา เด็กก็นั่งมองเราทำสื่อ ว่าเราเขียนอะไรอยู่ ถามว่าเข้าใจไหมบอกดูแล้วไม่เข้าใจเลยครูเกือบเงิบ ดีที่พออธิบายแล้วเขาบอกว่า อ่อง่ายแค่นี้เอง เฮ้อโล่งอก


มีความสุขกับอาหารกลางวันนี้มากกลับมากินเพรสโก้ได้อีกครั้งหนึ่ง

เมื่อไหร่จะเป็นครูที่ดีได้ซะทีนะ...?

Monday, November 30, 2015

Teach for Thailand day 21: Wizzle Pro & Quiz


ถ้าใครเคยเล่นเกม 24 เกม Witzzle Pro ก็เป็นเกมคล้ายๆกัน ความสนุกของมันคือตรงที่เราสามารถกำหนดกติกาได้มากมายเหลือเกิน อย่างที่ผมเล่นในวันนี้เป็นการเลือกเลข 3 จำนวนตามแนวตั้ง แนวนอน และแนวทแยง พร้อมกำหนดเครื่องหมาย บวก ลบ คูณ หาร ให้ครบ สามารถกำหนดผลของคำตอบได้ เช่น คำตอบอยู่ในช่วง -12 ถึง 36

เราสามารถสอดแทรกเรื่องลำดับการบวก ลบ คูณ หาร ของโจทย์ละคนได้ หรือจำนวนที่ติดลบ เนื่องจากคำตอบมันเยอะมากจนสุ่มยังไงก็มีโอกาสถูก แต่ถ้าไม่กล้าตอบ คำตอบง่ายๆก็จะค่อยๆหายไปเรื่อยๆ โอกาสมีมาถ้าไม่ไขว้คว้าไว้

สำหรับ ม.1 ผมเป็นห่วงพวกเขามากที่สุดเลย วันนี้มีสอบความรู้ทั้งหมดที่ได้เรียนไป เพื่อกันการลอกซึ่งผผมเชื่อว่ามีแน่ๆ เลยทำข้อสอบออกเป็น 6 ชุดด้วยกัน มีรูปหลอกว่าข้อสอบเหมือนกันด้วย และแน่นอนมีนักเรียนติดกับดัก = =


มีนักเรียนเพียงห้องเดียงเท่านั้นที่สามารถทำได้เกิดครึ่ง ได้มากกว่าครึ่งห้อง ห้องที่เหลือไม่ถึง 10 คนจาก 50 คนที่ทำได้

ต่อจากนี้เริ่มปฏิบัติการถอดรหัสแก้ปัญหานักเรียน นักเรียนไม่ส่งการบ้าน นักเรียนลอกการบ้าน คำถามคือเพราะอะไร แล้วเราจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร ทุกการกระทำย่อมมีผลลัพธ์ที่ตามมาซึ่งผมอยากจะเร่งผลลัพธ์ให้มันเร็วขึ้น

พรุ่งนี้ไม่มีสอน = =

Saturday, November 28, 2015

How to manage your energy?



Manage your energy not your time
เคยรู้สึกแบบนี้บ้างไหมครับ แท้จริงแล้วเราไม่ได้รู้สึกว่าเวลาเป็นสิ่งที่จำกับสำหรับเรา แต่เป็นพลังที่จะทำงานซะมากกว่า วันๆหนึ่งเราอาจจะหมดพลังหลับอยู่บนโต๊ะทำงานก่อนจะหมดเวลาทำงานซะอีก ความลับของการแก้ปัญหาเรื่องนี้คือ "การจัดการพลังของตนเอง"
ตอนนี้ผมเริ่มศึกษาเรื่องการจัดการพลังงานของตนเอง และเจอบทความที่หน้าสนใจจาก Harvard Business Review จะขอสรุปคราวๆเพื่อใครขี้เกียจอ่านทั้งหมด
Manage your energy not your time - จัดการพลังงานของคุณแทนที่จะจัดการเวลา เขาบอกว่าพลังของคนเราแบ่งเป็น 4 แหล่งด้วยกันได้แก่ พลังกาย(ฺBody) พลังอารมณ์(Emotion) พลังใจ(Mind) และพลังจิตวิญญาณ(Spirit) จะเห็นได้ว่าไม่ใช่แค่เรานอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์จะช่วยให้เรามีพลังทำงานเต็มที่ไปตลอดทั้งวัน นั้นเป็นเพียงส่วนของพลังกายเท่านั้น
คำถามวิเคราะห์ความสามารถในการจัดการพลังงานของตนเอง (ให้เราตอบถูกหรือผิดในแต่ละข้อ)
ด้านพลังกาย
__ฉันมักจะนอนน้อยกว่า 7-8 ชั่วโมงต่อวัน และรู้สึกเหนื่อยแทบทุกครั้งที่ตื่นนอน
__ฉันมักจะข้ามอาหารเช้าและมักจะทานของที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
__ฉันออกกำลังกายไม่เพียงพอ (อย่างน้อย 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์)
__ฉันไม่ค่อยหยุดพักระหว่างวัน เพื่อเติมพลัง หรือฉันมักทานอาหารกลางวันที่โต๊ะอาหารเป็นประจำ
พลังอารมณ์
__บ่อยครั้งฉันรู้สึก เคือง ขาดความอดทนและกังวล ในที่ทำงาน
__ฉันมักจะไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับคนที่ฉันรัก หรือถึงแม้ฉันอยู่ก็เหมือนไม่ได้อยู่ด้วยกัน
__ฉันมีเวลาน้อยมากที่จะทำในสิ่งที่ฉันรู้สึกสนุกจริงๆ
__ฉันมักจะไม่แสดงความซาบซึ้งหรือยินดีกับคนอื่น และฉันมักจะไม่ชื่นชมกับความสำเร็จของตนเอง
พลังใจ
__เป็นเรื่องยากสำหรับฉันที่จะมีสมาธิกับงานใดงานหนึ่ง ฉันมักถูกรบกวนระหว่างวันด้วยข้อความต่างๆ
__ฉันมักใช้เวลาในแต่ละวันทำงานที่เร่งด่วน มากกว่าทำงานที่สำคัญและส่งผลระยะยาว
__ฉันไม่ได้ใช้เวลาในการสะท้อนความคิด วางแผนหรือความคิดสร้างสรรค์
__ฉันทำงานในตอนค่ำ วันหยุด
พลังจิตวิญญาณ
__ฉันไม่ได้ใช้เวลาในที่ทำงานทำในสิ่งที่ฉันทำได้ดีและสนุกที่สุด
__ฉันมีความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ฉันเห็นว่าเป็นสิ่งที่สำคัญกับฉัน กับสิ่งที่ฉันทุ่มเททั้งเวลาและแรงลงมือคำ
__การตัดสินใจในที่ทำงานของฉัน เกิดจากสิ่งเร้าภายนอกมากกว่าเป้าหมายหรือความเชื่อมั่นในใจของฉัน
__ฉันไม่ได้ลงแรงลงเวลา ในการสร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้นกับโลกในนี้หรือคนอื่นๆ
ยิ่งตอบใช่มากเท่าไร แสดงให้เห็นถึงปัญหาของการจัดการพลังงานของเรามากเท่านั้น
ด้านพลังกายผมขอข้ามไป เพราะทุกคนรู้อยู่แล้วว่าจะต้องทำอย่างไร แต่ด้านที่เหลือก็มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆให้ไปลองใช้กัน
ด้านพลังอารมณ์ เราควรหาเวลา 2-3 ครั้งต่อวันในการผ่อนคลายทำสมาธิหรือหายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ หรือไม่ใช้เวลาช่วงอาหารเช้าและอาหารเย็นกินข้าวร่วมกับเพื่อนที่ทำงาน หรือครอบครัว
ด้านพลังใจ กำหนดเวลาที่ชัดเจนในการตอบ Email Line FB และอื่นๆเพื่อที่เราจะได้มีเวลาในการโฟกัสกับงานที่ทำอยู่ เราอาจจะใช้เวลาเพียง 1/3 ของปกติเท่านั้นเอง สร้างข้อตกลงร่วมกันในที่ทำงานว่าจะไม่ส่งข้อความมารบกวนในเวลาหลังเลิกงาน เพื่อให้งานเสร็จในเวลาทำงานและพักผ่อนได้เต็มที่หลังเลิกงาน
ด้านพลังจิตวิญญาณ ให้เราตั้งคำถามกับตัวเองว่าเราอยากให้คนอื่นจดจำเราในแบบไหน อาจจะให้เราลองนึกถึงงานศพของเรา เราอยากให้คนที่มางานเราพูดสิ่งใดกับเรา ให้เราทำสิ่งนั้น พยายามเลือกทำงานในสิ่งที่เราทำได้ดีและสนุกกับมัน ฟังดูยากแต่เป็นไปได้ ถ้าเรารู้จักตนเองดีเพียงพอ
ขอบคุณที่ติดตามอ่าน
สรุปโดย Teacher Jak
Credit: https://hbr.org/2007/10/manage-your-energy-not-your-time

Friday, November 27, 2015

Teach of Thailand day 20: The magic triangle


สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ เป็นเทคนิคที่ไว้ใช้ตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน แบ่งเป็นสามระดับด้วยกัน
1) สีเขียว นักเรียนรู้สึกว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหาได้ดีมาก ตามที่ครูสอนทัน
2) สีเหลือง นักเรียนตามเนื้อหาทันบางส่วน แต่ยังมีข้อสงสัยที่อาจจะยังไม่รู้ว่าจะถามอย่างไร
3) สีแดง นักเรียนไม่ไหวแล้ว หลุดไปไกลมากๆ ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ผลที่ใช้กับนักเรียนมัธยมสามนั้นพบว่า พอจะเห็นความเข้าใจของนักเรียนได้คราวๆ จะเห็นได้ว่านักเรียนแถวหน้ากลุ่มที่ตั้งใจเรียน และเข้าใจคณิตศาสตร์นั้นให้ผลตอบรับเป็นสีเขียว ส่วนนักเรียนที่เหลือเป็นสีแดงและสีเหลือง

ซึ่งวันนี้ผมสอนไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เนื้อหายากเกินไป กระโดดจากความรู้ที่สอนในครั้งก่อนมากอยู่ ผมกลับมาลองทบทวนดูแล้ว ผมข้ามระดับการเรียนรู้ด้านความเข้าใจไปสู่การนำไปใช้ในชีวิตประจำวันเลย เพราะมุ่งว่าอยากให้นักเรียนได้เห็นประโยชน์ของอสมการมากเกินไป

สิ่งที่ต้องอุดช่องโหว่ของวิธีการนี้คือ ความเข้าใจของการใช้สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ ต้องอธิบายให้ชัดเจน มีตัวอย่างประกอบความเข้าใจ หลังจากนั้นถ้าทดลองจนใช้ประโยชน์ได้ดี เดี๋ยวจะทำอันใหม่ที่แข็งแรงคงทนกว่านี้

สัปดาห์หน้าจะเป็นการทำวิจัยเรื่อง การใช้สามเหลี่ยมมหัศจรรย์ นี้เพื่อจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆครูด้วยกัน เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในห้องเรียนของทุกคน

พอดีมีนักเรียนคนหนึ่งมาขอให้ผมช่วยสอนเรื่องการหารให้กับเขา แต่เมื่อวานเขาลืมมาหาที่ห้องวิทย์ วันนี้เลยไปตามตอนพักเที่ยงให้มาเรียนเพิ่มอีกครึ่งชั่วโมง

นักเรียนน่ารักมากพาเพื่อนมาด้วยอีกคนหนึ่ง ผมก็สอนการตั้งหารยาวและให้เขาทำโจทย์เพิ่ม อีกเล็กน้อย ประกอบกับช่วงบ่ายที่ว่างๆ ผมเลยได้เวลาทำแบบฝึกหัด บวก ลบ คูณ หารให้นักเรียนเก็บคะแนนเพิ่มเสียที เหลือแค่วางระบบเท่านั้น


แบบฝึกหัดตอนนี้ผมแบ่งแต่ละเรื่องเป็น 4 ระดับด้วยกัน จากง่ายไปยาก แบ่งละ 100 ข้อตั้งแต่ระดับแรกที่คนส่วนใหญ่ที่ทำโจทย์บวก ลบ คูณ หารได้ สามารถคิดในใจได้ จนถึงระดับที่ยากมากจนต้องใช้กระดาษทด ถ้าเขาไม่รู้วิธีในการทำจำนวนเหล่านั้นในใจ

ผมคาดหวังให้นักเรียนมาขอแบบฝึกหัดเหล่านั้นมาทำกัน การเรียนคณิตศาสตร์ของเราจะได้สนุกมากยิ่งขึ้น :D